
เมื่อคืนที่ผ่านมาผู้ใช้งานแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (Twitter) ทั่วโลก รวมถึงในไทยพบปัญหาโหลดฟีดไม่ขึ้น โพสต์ไม่ได้ และใช้งานติดขัดเป็นระยะ แต่ที่น่าสนใจคือ แม้แพลตฟอร์มจะล่ม แฮชแท็ก #ทวิตล่ม กลับติดเทรนด์ แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้ใช้ที่ยังคงพยายามเข้ามาเช็กสถานะของแพลตฟอร์ม
เกิดอะไรขึ้นกับ X (Twitter)?
ตามรายงานของ Downdetector ระบบเริ่มมีปัญหาตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 10 มีนาคม (เวลาสหรัฐฯ) หรือช่วงเย็นตามเวลาประเทศไทย มีผู้รายงานปัญหาเข้าใช้งานไม่ได้เป็นจำนวนมาก ต่อเนื่องยาวนานกว่า 8 ชั่วโมง
อีลอน มัสก์ เจ้าของแพลตฟอร์ม ได้ออกมาโพสต์ว่าระบบของ X กำลังเผชิญกับ “การโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่” พร้อมระบุว่า “จริง ๆ แล้ว X โดนโจมตีทุกวัน แต่ครั้งนี้รุนแรงและใช้ทรัพยากรมหาศาล” ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบล่มในหลายพื้นที่
เอ็กซ์ล่ม แต่ #ทวิตล่ม ติดเทรนด์ – ทำไมถึงเป็นแบบนี้?
แม้ว่าแพลตฟอร์ม X (Twitter) จะล่ม แต่ผู้ใช้งานยังคงพยายามเข้าใช้งาน หลายคนอาจยังไม่ทันรู้ว่าระบบมีปัญหา จึงพยายามโพสต์หรือเช็กฟีดตามปกติ เมื่อพบว่าใช้งานไม่ได้ ก็หันไปใช้แพลตฟอร์มอื่นแทน
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บางส่วนยังไม่แน่ใจว่าสาเหตุเกิดจากอะไร จึงพยายามค้นหาคำตอบผ่านช่องทางต่างๆ เช่น โพสต์สเตตัสบน Facebook เพื่อสอบถามเพื่อน ๆ เช่น “ทวิตล่มหรือเปล่า?” หรือค้นหาข้อมูลบน Google และแม้แต่สอบถาม ChatGPT ว่าเกิดอะไรขึ้น บางคนอาจคิดว่าปัญหามาจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของตัวเอง จึงติดต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเพื่อตรวจสอบ
พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนว่า แม้ระบบจะล่ม แต่ผู้ใช้ยังคงพยายามหาทางเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มและสังคมออนไลน์ต่อไป
สิ่งสะท้อนพฤติกรรมที่น่าสนใจของผู้ใช้ X:
- ผู้ใช้มีความ Loyalty สูง – แม้ X จะเปลี่ยนชื่อจาก Twitter แต่หลายคนยังคงเรียกติดปากว่า “ทวิต” และยังคงพยายามเข้าใช้งานแม้ระบบล่ม
- พฤติกรรมเช็กแฮชแท็กเมื่อการใช้งานมีปัญหา – เมื่อพบว่าระบบมีปัญหา สิ่งแรกที่คนทำคือพิมพ์คำว่า “ทวิตล่ม” ลงในช่องค้นหาของ X เพื่อเช็กว่ามีคนเจอปัญหาเหมือนกันหรือไม่
- การรวมตัวของผู้ใช้ผ่านแฮชแท็ก #ทวิตล่ม – กลายเป็นพฤติกรรมปกติที่ผู้ใช้จะมีส่วนร่วมในแฮชแท็กนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อบ่น แต่ยังเป็นการเช็กสถานะของระบบ
X ยังสำคัญแค่ไหนในไทย?
แม้คนไทยจะใช้ X เป็นแพลตฟอร์มอันดับ 6 รองจาก LINE (95%) Facebook (94%) YouTube (93%) TikTok (76%) และ Instagram (68%) (ข้อมูลจาก Digital Insights Thailand Report 2024) แต่สิ่งที่ทำให้ X ยังเป็นแพลตฟอร์มที่ขาดไม่ได้ คือ “การติดตามข่าวสาร” และ “การแสดงความคิดเห็นแบบเรียลไทม์”
Gen Z กลุ่มผู้ใช้หลักของ X ในไทย
ข้อมูลจากเว็บไซต์ TWF Agency มีการอัปเดตข้อมูลผู้ใช้งาน X ในประเทศไทย ปี 2024 ว่า Gen Z ครองแพลตฟอร์ม X ในไทย โดยเป็นผู้ใช้งานในสัดส่วนมากที่สุด (33%) เป็นผู้ใช้งานประจำมากที่สุด (35%) และเป็นผู้ผลิตเนื้อหาหลัก (36%) ตามมาด้วย Gen Y และ Gen X ตามลำดับ
Gen Z ใช้ X หลักๆ เพื่อความบันเทิง (77%) ตามด้วยการติดตามข่าวร้อน (73%) ติดตามเทรนด์ (68%) ติดตาม KOL (44%) แสดงออกตัวตน (40%) เชื่อมต่อกับผู้อื่น (31%) และน้อยที่สุดคือติดต่อกับเพื่อนและครอบครัว (9%)
คนกลุ่ม Gen อื่นๆ ใช้ X หลักๆ เพื่อติดตามข่าวสารที่กำลังร้อนแรง (73%) หาความบันเทิง (70%) และติดตามกระแสสังคม (63%) ตามด้วยการแสดงออกถึงตัวตน (37%) การติดตาม KOL (36%) การเชื่อมต่อกับผู้อื่น (30%) และมีเพียงส่วนน้อยที่ใช้เพื่อติดต่อกับเพื่อนและครอบครัว (8%)
สรุป เมื่อ X ล่ม แต่คนยังไม่ยอมออกจาก X
แม้ X จะล่ม แต่พฤติกรรมของผู้ใช้บ่งบอกว่า แพลตฟอร์มนี้ยังมีอิทธิพลสูง การที่ #ทวิตล่ม ติดเทรนด์แม้ระบบจะใช้งานไม่ได้ สะท้อนว่าผู้ใช้ยังมีความผูกพันกับแพลตฟอร์มนี้สูง และยังต้องการรักษา “คอมมูนิตี้” ของตัวเอง แม้จะอยู่ในสภาวะที่ระบบขัดข้อง ขณะเดียวกัน ก็มีผู้ใช้งานบางส่วนที่เริ่มแนะนำแพลตฟอร์มใหม่อย่าง Bluesky เพื่อชวนให้คนย้ายไปใช้งานแทน ซึ่งในวันข้างหน้าแพลตฟอร์มนี้อาจได้รับความนิยมขึ้นมาก็ได้ แต่ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าผู้ใช้จำนวนมากยังคงพยายามกลับเข้ามาที่ X อยู่ดี